เทคนิคดูเลือกซื้อรถBigbikeมือ2 วิธีการเลือกซื้อ big bike มือ2 เทศกาลท่องเที่ยวปีนี้วนมาอีกครั้ง เลยเอาบทความนี้มาฉายซ้ำ มาขึ้นหัวอีกรอบ เพราะช่วงนี้ของปีเป็นเทศกาลท่องเที่ยว Bigbike จะซื้อ จะขายกันมาก เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆหลายๆคนที่เพิ่งเข้ามาดูเว็ปนี้วิธีการเลือกซื้อ big bike มือ2 บทแรกนี้มาว่ากันถึงจุดประสงค์การใช้งาน ของรถที่เราต้องการก่อน1. ต้องถามตัวเองก่อนว่า ชอบรถแนวไหน? - สปอร์ตไบค์ หรือที่เรียกกันว่า เรฟริก้า คือรถประเภท เลียนแบบรถในสนามแข่ง ท่วงท่าการนั้งจะเป็นแบบ ก้ม หมอบ ลักษณะรถ จะมีแฟริ่ง คลุมรถทั้งหมด แฮนด์แบบจับโช๊ค เบาะคนขี่และคนซ้อนจะแยกกันเป็น2ส่วน เช่น R1, SP1 - สปอร์ตทัวร์ริ่ง ลักษณะจะเหมือนประเภทแรกแต่ท่านั้งจะไม่ก้มมากนัก มีแฟริ่ง ชิวส์สูงสามารแหวกลมปะทะได้ดี เช่น Hayabusa , cbr1100xx - คาสตอมไบค์ หรือ เน้กเก๊ตไบค์ คือรถประเภท ที่ไม่มีแฟริ่งมาก ไฟหน้ามักจะเป็นไฟกลม แฮนด์บาร์ ท่านั้งจะไม่ก้มมาก เช่น SF400 , XJR - ช๊อปเปอร์ , ครุยเซอร์ คือรถประเภทที่ไม่เน้นความเร็วมากนัก แต่ไปในเน้นแรงบิดในรอบต่ำ รอบกลาง หน้าตาก็จะไปทางเรียบง่าย เช่น Harlay , Steed400-600 - วิบาก หรือ Off Road คือรถประเภทที่ไว้ขี่ในทางสมบุกสมบัน 2. งบประมาณ เท่าไหร่? อันนี้ต้องแล้วแต่ทรัพย์ในกระเป๋า แต่ว่าหลังจากได้ประเภทรถที่ชอบแล้ว ก็ต้องหาข้อมูล ว่าราคาอยู่ในช่วงต่ำสุด- สูงสุดเท่าไหร่ จะได้เตรียมเงินให้พร้อม แต่คงต้องหมายความรวมถึง ค่าอุปกรณ์มรการขับขี่ด้วยส่วนนึง นอกเหนือจากราคารถ การที่รถรุ่นเดียวกันราคาไม่เท่ากัน เพราะ สภาพรถ อุปกรณ์ตกแต่ง อุปกรณ์ควบ หรือช่วงภาวะการตลาด 3. สถานที่จะไปออกรถ? - รถบ้าน ในที่นี้หมายถึงรถที่เจ้าของประกาศขายเอง ไม่ได้ผ่านนายหน้าหรือร้านค้า - รถที่ร้าน ความหมายบอกในตัวแล้วว่า ต้องไปซื้อที่ร้าน ร้านค้าซื้อจากประเภทแรกหรือรถจากโกดัง แล้วเอามาปรับปรุงสภาพให้ดีขึ้น แล้วเอามาตั้งราคาใหม่ อธิบายเพิ่มจากข้อ3. รถบ้าน ข้อดี 1. ราคาโดยส่วนมากถูกกว่ารถหน้าร้าน 2. ต่อรองราคาได้มาก แล้วสามารถคุยกับเจ้าของได้โดยตรง ทราบประวัติรถ 3. สามารถเห็นสภาพเดิมได้ ข้อเสีย 1. ราคาถูกก็จริงอยู่แต่อาจต้องทำเพิ่มเติมเยอะมากกว่าที่คุยกันไว้ก็ได้ , ไม่มีรับประกัน 2. การต่อรองราคา ถ้าได้รับความจริงใจจากผู้ขายก็จะโชคดี แต่ถ้าผู้ขายไม่บอกความจริง แล้วเราซื้อมา หากต้องซ่อมแซมมากๆจะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย ( ในกรณีที่ซื้อมาโดยไม่ถี่ถ้วนพอ ) รถหน้าร้าน ข้อดี 1. รถเก็บงานมาแล้ว ปรับปรุงสภาพเครื่องยนต์ อุปกรณ์ ทำสีใหม่แล้ว 2. รับประกัน ตามแต่จะตกลง ข้อเสีย ..ไม่เห็นสภาพเดิมๆเพราะเก็บงานมาแล้ว ถ้าเป็นร้านที่รับผิดชอบก็โชคดีไป แต่ถ้าเป็นการย้อมแมว ผู้ซื้อจะสังเกตุได้ยาก ส่วนใหญ่จะไม่เห็นจุดบกพร่อง 4. เทคนิคและวิธีการเลือกซื้อ ข้อ สังเกตุเบื้องต้น....( รายละเอียดที่แจ้ง บางกรณีแม้ว่าจะเป็นจุดที่บกพร่องแต่สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแต่เป็นจุดสังเกตุ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของรถ ) 1.เล่มทะเบียน ตรงกันกับรถ ดูเลขเครื่อง - เลขคอที่ระบุในเล่มให้ตรงกับรถ ส่วนเลขเครื่องและเลขคอไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ครับ เพราะประกอบจากอะไหล่เก่า จึงอาจไม่เหมือนกันได้ ข้อปลีกย่อยอื่นในภาวะปัจจุบันคือ ทะเบียนสวม หรือ ทะเบียนแท้ อันนี้ต้องขอรายละเอียดจากเจ้าของเดิมด้วย 2.ชุดโอน ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ครบ หรือในกรณีที่เป็นอินวอย ก็ต้องมีใบเสร็จตัวจริง เครื่อง - เฟรม และเอกสารควบอื่นๆครบ 3.เขียนสัญญาซื้อ-ขายด้วย จะดีมาก 4. เดินดูรอบๆรถ โดยรวม... - ชุดสี แฟริ่งด้านนอกอาจมองไม่เห็น แต่ด้านในอาจมีรอยเชื่อมพลาสติกบ้างเล็กน้อย ไม่เป็นปัญหา แต่ให้สังเกตุ ช่วงตัวยึดน๊อต ขายึดในจุดต่างๆ โดยเฉพาะด้านหน้า ว่ามีรอยเชื่อมมากรึเปล่าว หลายจุดมั๊ย อันนี้บอกได้ถึงการเกิดอุบัติเหตุ ว่าชนมาแล้วมากน้อยแค่ไหน , เหล็กยึดโครงหน้ากากด้านหน้าก็เช่นเดียวกัน - เฟรม สีอลูมิเนียมเดิมๆ ไม่ทำสีจะดีที่สุด โดยมากถ้าไม่เคยเกิดอุบัติเหตุรุนแรง การทำสีเฟรมมักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ในการปกปิดร่องรอย ส่วนใหญ่แม้ว่าจะเคยมีอุบัติเหตุมาบ้าง หากมีรองรอยที่เฟรมบ้างไม่เยอะนัก จะไม่ใคร่มีใครทำสีกัน - เครื่องไม่มีคราบเยิ้มน้ำมันตามรอยปะเก็น - สายไฟแม้ว่าจะเป็นส่วนที่มองเห็นไม่ได้ชัดเจนนัก แต่ในส่วนที่มองเห็น น่าจะอยุ่ในสภาพที่เก็บงานมาแล้ว จัดระเบียบมาได้เรียบร้อย - ปลายท่อแห้ง เขม่าสีเทาๆ ถ้าสีออกดำก็แสดงว่ากรองอาจตันหรือหมดสภาพแล้ว ( อันนี้เล็กน้อย รับได้ ) - ลองสตาร์ท เปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไปเบรค ไฟหน้าปัดเรือนไมล์ยังใช้งานได้ครบ อยู่รึเปล่าว - ลอง คร่อม โยกรถ(กำเบรคหน้า) ลองเด้งหลังโดยใช้น้ำหนักตัว ว่าโอเคมั๊ย โช๊คหน้า แกนต้องไม่เป็นรอยลึกๆ(รอยครูคยาวๆ) รอยหลุมตามดเล็กๆ ไม่มีคราบน้ำมัน- โช๊คหลังต้องไม่เด้งขึ้นแรงๆทันที ต้องมีความหนืดของโช๊คด้วย ทำนองว่ากดลงแล้ว ค่อยๆเด้งขึ้น - ลองเดินเบาซักพัก แล้วเบิ้ลรอบเครื่องยนต์แรงขึ้นอีกนิด ดูความราบเรียบของรอบเครื่องยนต์ - เครื่องเดินเบาราบเรียบ ไม่กระตุก หรือไม่นิ่ง โดยปรกติถ้าสตาร์ทใหม่ๆรอบเครื่องอาจจะแกว่งๆ ไม่นิ่ง แต่ถ้าปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานต่อไปอีกซักพัก รอบเดินเบาจะคงที่ขึ้น, - ต้องไม่มีเสียงประหลาดๆ ก๊อกๆ แก๊กๆ หรือเสียงวีดตามรอบเครื่องยนต์ ยกเว้นในกรณีรถSuzuki ที่เอกลักษณ์เสียงเครื่องยนต์อาจดังมากกว่ายี่ห้ออื่น หรือ คาร์บูร์แฟลตสไลด์ - ถ้าบังเอิญสตาร์ทแล้วมีควันขาว อย่าเพิ่งตกใจ อาจจะเพราะไม่ได้สตาร์ทมานานแล้ว ก็ให้เดินเบาซักแป็บนึง ลองเปิ้ลรอบดู ถ้าปรกติ เดี๋ยวมันจะค่อยๆจางไปหรือไม่มี แต่ถ้านานแล้ว เบิ้ลรอบยังมีควันออกมาตลอด ไม่น้อยลงก็อาจเป็นปัญหาที่เครื่องยนต์ แล้วในกรณีที่ไม่สามารถติดเครื่องได้ อันนี้ลำบากในการดูมาก อย่างน้อยควรได้ฟังเสียงการทำงานของเครื่องยนต์จะดีที่สุด - ให้ลองขี่ดูเลย ถ้าไม่ให้ลองขี่อย่าซื้อนะครับ แล้วการลองอย่างน้อยคนซื้อต้องสามารถที่จะรับผิดชอบดดยการซื้อเลยถ้าเอารถไป ล้ม ฉะนั้นก่อนลองรถต้องชั่งใจก่อน ว่าเรารับผิดชอบได้รึเปล่าว ควรลองรถแบบมีระยะทางมากหน่อย ลองใช้เกียร์หลายๆเกียร์ ทดลองงัดขึ้น-ลง ถ้าปรกติอาการเกียร์แข็งจะไม่มี ใช้ความเร็วมากขึ้นนิดหน่อย เครื่องถ้าร้อนแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานมานานแต่ถ้าปรกติควันจะน้อยลงมาก แล้วในกรณีที่สตาร์ทไปซักพักแล้ว เอามือไปอังที่ปลายท่อแล้วมีความชื้นหรือละอองน้ำกระเด็นออกมา แสดงว่าเครื่องมีความฟิตมาก จนควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ (ดีมาก) - ทดลองเบรคหน้า-หลัง ไม่ต้องแรงมาก็ได้เดี๋ยวรถล้ม ให้ทดลองลองขี่วนๆ กลับรถ เดินหน้า-ถอยหลัง จะให้เจ้าของซ้อนไปด้วยก็ได้ หรือถ้าอยากเทสคนเดียวเพื่อความสบายใจของเจ้าของรถ ผู้ซื้อจะให้กระเป๋าสตางค์ , บัตรประชาชน , เอกสารอื่นของเราไว้ เพื่อความสบายใจของทั้ง2ฝ่าย เพราะเคยเกิดเหตุกรณี ลองรถแล้ว ขโมยไปเลยก็มี - โซ่ สเตอร์ ยาง อย่างน้อยควรจะยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ถ้ายังดีอยู่ก็อาจไม่ต้องต่อรองมาก แต่ถ้าไม่อยุ่ในสภาพที่ดีแล้ว อาจจะขอต่อรองราคาลงหน่อย แล้วเราค่อยไปเปลี่ยนเอาเองก็ได้ แต่ต้องคำนวนราคาไว้แล้วจะได้รู้ยอดรวมคร่าวๆโดยประมาณ เรื่องสีสรรค์ภายนอกขอให้มองเป็นประเด็นรองครับ ให้ดูเครื่อง เฟรม ไว้เป็นหลักนะครับ 5. การตัดสินใจ? แนะว่า อย่าเพิ่งใจร้อน ให้ดูละเอียดๆ ดูหลายๆคัน หลายๆที่ เว้นแต่ว่า คันที่กำลังดูอยู่สภาพดีมาก พอใจแล้ว ก็ต่อรองราคาได้เลย เพราะถ้ายังไม่ตัดสินใจ หลังวันนี้อาจหลุดลอยไปก็ได้ เป็นไปได้ให้พาเพื่อนไปดูด้วยกัน จะได้ไม่ถูกชักจูงได้ง่ายๆ ควรจะศึกษาหาข้อมูลรถที่สนใจไว้ก่อน เช่นเลขเครื่อง เลขเฟรม อุปกรณ์ต่างๆในรถ ปั้มเบรค ที่บอกอย่างนี้ ยกตัวอย่างHonda SF400 ผลิตออกมาหลายรุ่นมาก เครื่องมีแบบครีบเต็ม ครีบไม่เต็ม ปั้มNissin Brembo สารพัด ต้องรู้มากๆไว้ก่อน โอกาศที่จะถูกหลอกจะได้น้อยลง รถบ้าน...ใน บางกรณี แม้ว่าจะซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าหน้าร้านมาก หลายบาท อาจเป็นหลักพัน หรือหลักหมื่น แต่ต้องคำนึงด้วยว่า สภาพที่เราต่อรองราคาได้ (ตามสภาพ ) หากเราตกลงซื้อมาแล้วเราต้อง เอามาปรับปรุงอะไรบ้าง ราคาอะไหล่แต่ละรายการราคาเท่าไหร่ ทดลองจดรายการดูว่าราคารวมๆแล้วเท่าไหร่ เพราะบางที เพลอๆราคารถ+ค่าบำรุงรักษาอาจจะแพงกว่ารถหน้าร้านก็ได้ 6. การต่อรองราคา? แม้ ว่าในกรณีซื้อ-ขายจะเป็นการตกลงราคาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ราคาควรจะพอเหมาะพอสม อันนี้อธิบายเป็นกลาง ผู้ขายก็อยากขายได้ราคาตามอย่างที่ตั้งใจไว้ อาจจะเท่าทุนหรือกำไรบ้างมาก-น้อย ส่วนผู้ซื้อก็อยากซื้อได้ราคาถูกตามงบประมาณ ถูกได้เท่าไหร่ ยิ่งมากยิ่งดี แต่ทั้งนี้ แนะว่าผู้ซื้อถ้าเห็นรถ สภาพ พอเหมาะสมกับงบประมาณแล้ว หากรับได้ก็ไม่น่าที่จะต่อรองกันจนมากเกินไป บางครั้งจนเหมือนกับการกดราคา ในวงการรถใหญ่นั้น แคบมาก ใครซื้อ ใครขายอะไร ไม่นานก็มีคนทราบหมด การซื้อขายบางครั้งก็ทำให้ได้เพื่อนใหม่ ไม่ใช่ซื้อกันแล้วไม่คบกันอีกเลย ฉะนั้น ควรที่จะมีคุณธรรมกันทั้งคนซื้อและขาย ให้เหมาะสมพอดี คนขายก็ไม่ควรจะ ย้อมแมว หรือขายเอากำไรมากๆเกินควร อย่างนี้วงการของเราๆจะได้เจริญขึ้น บทความนี้ เขียนโดยใช้ประสพการณ์ของตัวเอง หากมีบกพร่องอะไรบ้าง ก็ขออภัย หากมีข้อเสนอแนะอื่นเพิ่มเติม เมล์มาได้ที่หน้ากระดานถามตอบ ขอบคุณเป็นอย่างสูง ขอขอบคุณ pum118 และ http://www.118bikes.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538841848 อ้างอิงจาก http://www.soryon.com/1.html |
Bigbike
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วิธีเลือกซื้อรถBigbikeมือ2
Chocolate
Chocolate
อุปกรณ์
1.
ช็อกโกแลตบาร์ขนาด 100 กรัม 4 แท่ง (Home Chocolate Kits)
2. แม่พิมพ์ช็อกโกแลต 1 อัน (Home Chocolate Kits)
3. มีดขนาดกลาง 1 อัน
4.
ชามขนาดกลาง 1 ใบ และขนาดเล็ก 1 ใบ
5.
เขียงสะอาด 1 อัน
6.
ช้อนสำหรับคน 1 อัน
7. เตาไมโครเวฟ
ขั้นตอนการทำ
1.
นำช็อกโกแลตบาร์ 1 แท่ง หั่นอย่างละเอียดโดยเริ่มจากมุม
และนำช็อกโกแลตที่ได้ใส่ชามขนาดเล็กพักเก็บไว้ในตู้เย็น ( Seed Chocolate)
2. นำช็อกโกแลตบาร์ ที่เหลือ 3
แท่งหั่นละเอียดพอประมาณโดยเริ่มจากมุม นำช็อกโกแลตที่ได้ใส่ชามขนาดกลาง
3. นำช็อกโกแลตชามขนาดกลางเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟปานกลาง ตั้งเวลา 45 วินาที
แล้วนำช็อกโกแลตออกมาคน
4.
หลังจากช็อกโกแลตคลุกเคล้าเข้ากันดีแล้ว นำไปเข้าไมโครเวฟอีกครั้งโดยใช้ไฟปานกลาง
ตั้งเวลา 45 วินาทีเหมือนเดิม
5.
นำช็อกโกแลตออกมาคนให้ละลายจนหมด
6. พักช็อกโกแลตทิ้งไว้ 30 นาทีในอุณหภูมิห้องปกติ (ห้ามทิ้งไว้ในห้องแอร์)
7. นำช็อกโกแลตในชามขนาดเล็กที่พักไว้ในตู้เย็นออกมาค่อยๆเทใส่สลับกับคนช็อกโกแลตจนละลายหมดเป็นเนื้อเดียวกัน
8. ทำการทดสอบช็อกโกแลตที่ได้นั้นว่า สามารถนำไปเทลงแม่พิมพ์ได้หรือไม่
โดยการตักช็อกโกแลต 1 ช้อนลงบนแผ่นทดสอบที่เราเตรียมไว้ให้ (ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ห้ามลัดขั้นตอนโดยเด็ดขาด)
9.
นำช็อกโกแลตสำหรับทดสอบไปแช่ตู้เย็น (ห้ามแช่ช่องทำน้ำแข็ง)
ประมาณ 10 นาที
10.
นำช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นออกมาดูว่าใช้ได้หรือไม่
ช็อกโกแลตที่ได้นั้นจะต้องมีลักษณะดังนี้
-
จะต้องเป็นเนื้อสีเดียวกันไม่มีจุดหรือเป็นลาย
-
เมื่อใช้นิ้วแตะเบาๆ ช็อกโกแลตจะต้องไม่ติดนิ้ว
-
เมื่อลอกช็อกโกแลตออกจากแผ่นทดสอบจะต้องลอกออกได้ง่าย
และไม่มีคราบช็อกโกแลตติดอยู่บนแผ่นทดสอบ
11.
หากช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นไม่มีลักษณะดังกล่าวครบทุกข้อ
ให้นำช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นใส่กลับลงไปในถ้วยช็อกโกแลตเหมือนเดิม
12.
คนช็อกโกแลตให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทดสอบอีกครั้ง
จนกว่าจะได้ช็อกโกแลตตามลักษณะที่ต้องการ (เพื่อทำให้ช็อกโกแลตที่ได้นั้นสวยงามอาจจะต้องทำการทดสอบอย่างนี้อยู่หลายครั้ง)
13.
เมื่อผ่านขั้นตอนการทดสอบแล้ว
ให้ใช้ช้อนตักช็อกโกแลตลงบนแม่พิมพ์ประมาณครึ่งหนึ่งของแต่ละหลุม
14.
เคาะที่ก้นแม่พิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศออกจากช็อกโกแลต
แล้วค่อยเติมช็อกโกแลตแต่ละหลุมให้เต็ม
15.
นำช็อกโกแลตไปแช่ตู้เย็นประมาณ 10 นาที
สังเกตุดูที่ก้นของแม่พิมพ์ว่าช็อกโกแลตร่อนออกจากแม่พิมพ์แล้วหรือยัง
เมื่อได้แล้วนำไปเคาะออกจากแม่พิมพ์ (จะต้องไปเคาะให้ห้องแอร์หรือในตู้เย็นเท่านั้น
เพราะไม่เช่นนั้นจะมีไอน้ำมาเกาะที่ช็อกโกแลตทำให้ช็อกโกแลตไม่สวย)
16.
นำช็อกโกแลตส่วนที่เหลือเทลงแม่พิมพ์ อีกครั้งจนกว่าจะหมด (ทำตามขั้นตอนที่ 15 ซึ่งจะได้ประมาณ 26-28 ชิ้น)
หมายเหตุ
ช็อกโกแลตที่ค้างอยู่ในชามห้ามทิ้งไว้ในห้องแอร์อย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้ช็อกโกแลตแข็งจนเทลงแม่พิมพ์ไม่ได้
หากช็อกโกแลตในชามแข็งหนืดจนเกินไปให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าที่ชามแล้วคนจนหายหนืด
ห้ามเป่าจนช็อกโกแลตละลายเด็ดขาด หรือให้นำเข้าไมโครเวฟ เพียงแค่ 10
วินาทีเท่านั้น แล้วนำมาคนจนหายหนืด หลังจากนั้นจึงค่อยเทลงแม่พิมพ์จนช็อกโกแลตหมด
ขั้นตอนทั้งหมดนี้สามารถใช้ทำช็อกโกแลตได้ทั้ง Dark Chocolate, Milk Chocolate, White
Chocolate สามารถดูข้อมูลประกอบเพิ่มเติมได้ที่อ้างอิงจาก http://www.oknation.net/blog/home-chocolate/2010/03/26/entry-1
แก๊งช็อปเปอร์ผิดกฎหมายหายเกลี้ยงจ.เชียงใหม่
แก๊งช็อปเปอร์ผิดกฎหมายหายเกลี้ยงจ.เชียงใหม่
กรณี ตำรวจเชียงใหม่ลุยจับรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์ผิดกฎหมายจำนวน 102 คันจนแทบเกลี้ยงเมืองเชียงใหม่ สร้างความหวาดผวาแก่บรรดาเจ้าของจักรยานยนต์รถหรูแต่เถื่อนไม่ผ่านการเสีย ภาษี ถึงกลับพากันนำรถไปซ่อนให้พ้นตาตำรวจ ส่วนบรรดาแก๊งช็อปเปอร์ที่มาหลายสิบแก็งในเชียงใหม่ต่างพากันหายเงียบไปจาก ถนนตัวเมืองเชียงใหม่และตามจุดจอดโชว์ต่างๆรวมทั้งหน้าผับเพื่อชีวิตตามข่าว ที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความ คืบหน้าในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์และบิ๊กไบร์ทั่วเมืองเชียงใหม่ ปรากฎว่าตลอดทั้งคืนวันที่ 9 มี.ค.จนถึงเช้าวันที่ 10 มี.ค.มีการเคลื่อนไหวนำรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์และบิ๊กไบร์ ออกจากพื้นที่เมืองเชียงใหม่ ที่มีมากว่า 400 คันโดยเฉพาะร้านเช่ารถที่นำรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์มาให้ฝรั่งชาวต่างประเทศ เช่าไหวตัวทันรีบขนใส่รถบรรทุกนำออกไปซุกซ่อนตามโกดังจังหวัดใกล้เคียงเมือง เชียงใหม่ เพราะเกรงจะถูกตำรวจติดตามยึดเพราะเป็นรถจักรยานยนต์ที่ประกอบขึ้นมาอย่าง ไม่ถูกต้อง
นอก จากนี้ทางตำรวจได้นำหมายค้นเข้าไปขอตรวจค้นหารถช็อปเปอร์จำนวน 3 คันของดาราขวัญใจวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบขี่รถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์ท่องเที่ยว ท่องราตรีเมืองเชียงใหม่ แต่ตำรวจไม่พบรถ เนื่องจากมีการแจ้งให้ทางเจ้าขชองรถทราบเสียก่อนและมีการเคลื่อนย้ายออกไป ก่อนหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปในช่วงเช้าของวันที่ 10 มี.ค.
พ. ต.อ.วีระวุฒิ เนียมน้อย รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ที่นำกำลังเข้าตรวจยึดรถช็อปเปอร์จนแทบเกลี้ยงเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจยังคงระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มรถ จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ เมื่อเช้าวันนี้มีผู้ชี้เบาะแสว่าที่บ้านอดีตดาราวัยรุ่นคนดัง มีรถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์ที่คาดว่าจะผิดกฎหมายไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนการเสีย ภาษี ตนก็ได้ให้ทาง พ.ต.อ.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าไปตรวจสอบเพื่อ ตรวจยึด แต่ทราบว่ามีการไหวตัวทันหรืออาจจะมีคนแจ้งให้ทราบจึงมีการนำรถออกไปจากบ้าน นำไปไว้ที่อื่น
" สำหรับรถช็อปเปอร์ที่ถูกตรวจยึดได้จำนวนกว่าร้อยคัน บางคันมีการส่งผู้ใหญ่เข้ามาขอคืนรถ แต่ได้บอกว่าขอให้นำเอกสารรถหรือใบเสียภาษีของรถมายื่นเพื่อนำรถออกไป หากไม่มีก็ไม่สามารถปล่อยออกไปได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทาง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 ได้มีคำสั่งให้ขยายผลการจับกุมออกไปอีกรวมทั้งอาชญากรรมต่างๆ" พ. ต.อ.วีระวุฒิ กล่าว และว่า สำหรับรถช็อปเปอร์ทั้ง 102 คัน ตนได้ประสานให้ทางกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิตรวมทั้งตำรวจวิทยาการมาดำเนินการตรวจสอบการนำชิ้นส่วนรถเข้า มาประกอบ การเสียภาษี และหมายเลขเครื่องต่างๆว่าตรงกับใบอินวอยซ์หรือไม่ หากไม่มีก็จะทำการตรวจยึดไว้ ส่วนมากเจ้าของรถพวกนี้เป็นพวกมีอันจะกิน ซึ่งทราบว่ามีรถประเภทนี้อยู่อีกจำนวนมากแต่ได้มีการนำหลบหนีออกจาก เชียงใหม่ไปไว้ที่อื่นแล้ว โดยจะรายงานให้ทาง ผบช.ภ. 5 เพื่อขยายผลการตรวจค้นจับกุมต่อไป
ภาพและข่าวมาจากไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/online.php?secti...;content=127134
******************************
แก๊งชอปเปอร์เชียงใหม่กระเจิง ตร.ตรวจยึดนับร้อยคัน
เมื่อ เวลา 10.30 น. วันที่ 9 มี.ค. ที่ บก.ภ.จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงผลกวาดล้างอาชญากรรมทั่ว จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. จนถึงวันที่ 8 มี.ค. โดยมีการจับกุมผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 114 ราย ได้ของกลางยาบ้า 33,373 เม็ด อายัดทรัพย์คดียาเสพติด 2 ราย พ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิด 16 ราย การพนัน 170 ราย และความผิดต่างๆ รวมทั้งสิ้น 442 คดี โดยมีของกลางรถ จยย.ช็อปเปอร์และบิ๊กไบค์ถึง 102 คัน
พล. ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับรถ จยย.ช็อปเปอร์และบิ๊กไบค์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึด แต่ละคันไม่มีหลักฐานในการเสียภาษีที่ถูกต้องเลยแม้แต่คันเดียว มีเพียงใบอินวอยซ์นำเข้าเท่านั้น แต่ละคันมีราคาตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึง 500,000 บาท ขณะนี้ในเมืองเชียงใหม่มีรถ จยย.ประเภทนี้จำนวนมาก รถประเภทนี้นอกจากไม่มีเอกสารการเสียภาษีแล้ว ยังสร้างความรำคาญให้กับประชาชนในยามค่ำคืนอย่างมาก
“รถ พวกนี้นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในเชียงใหม่ จนแทบจะกลายเป็นเมืองเท็กซัสไปแล้ว กลุ่มคนพวกนี้มักอ้างว่าให้ทางฝรั่งเช่าขับขี่ เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่ขายด้านวัฒนธรรม ฝรั่งที่เข้ามาเพื่อดูวัฒนธรรมประเพณีและธรรมชาติของเชียงใหม่ ไม่ได้มาเพื่อต้องการขับขี่รถพวกนี้ ต่อไปนี้จะมีการกวาดล้างอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่พวกดารานักร้อง” ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ กล่าว
พล. ต.ต.สมหมายกล่าวอีกว่า นอกจากรถช็อปเปอร์ แล้วรถจักรยานยนต์ที่ไม่เสียภาษี หรือรถไม่ถูกต้องจะต้องมีการกวดขันจับกุมให้หมด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ จะต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ชอบมั่วสุมดื่มสุราตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้ง บรรดาแก๊งซิ่งกวนเมืองที่ชอบสร้างปัญหา หากถูกจับจะโดนจับเดินจงกลมก่อนส่งไปดำเนินคดีให้หมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เข้ามารับตำแหน่ง ผบช.ภ.5 เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พร้อมกับ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ที่เข้ารับตำแหน่ง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ปรากฏว่า พล.ต.ท.สมคิด ได้สั่งให้ พล.ต.ต.สมหมายระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกชนิดอย่างจริงจังทันที โดยเฉพาะบรรดาแก๊งช็อปเปอร์ที่ระบาดหนักในเมืองเชียงใหม่และมักตระเวนขี่ เกาะกลุ่มยามค่ำคืนทั่วถนนในตัวเมือง แต่หลังมีการกวาดล้างตรวจยึดของรถช็อปเปอร์และบิ๊กไบค์ที่ไม่มีหลักฐานการ เสียภาษีได้กว่า 100 คัน ปรากฏว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณหน้าสถานบันเทิงประเภทผับและเธค รวมทั้งถนนต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณประตูท่าแพ ที่มักเป็นจุดรวมของบรรดาแก๊งช็อปเปอร์กลับเงียบหายแทบไม่กล้าออกมาปรากฏตัว
ที่มา ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/online.php?secti...;content=126958
************************
ผู้การ ชม.แถลงสื่อลุยอาชญากรรมผลงานจับเพียบย้ำคุมเข้มบันเทิง
ผู้ การเชียงใหม่เปิดนโยบายเชิงรุกกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดจับกุมผู้ กระทำผิดกฎหมาย จำนวน 442 คดี หลังมารับตำแหน่งได้ 7 วัน เน้นย้ำจะจับกุมย้าบ้าให้ได้เป็น 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจเข้มสถานบันเทิง ผับเธค ให้ถูกต้องตามกฏหมาย ย้ำทำเมืองเชียงใหม่ให้น่าอยู่สงบสุข
เมื่อ เวลา 09.00 น.วันที่ 9 มี.ค.52 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภูธรเชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระวุฒิ เนียมน้อย รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ยุทธชัย พัวประเสริญ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.อักษร วงศ์ใหญ่ ผกก.สภ.แม่ปิง พ.ต.ท. ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผกก.หน.ศ.สส.ภ.จว. เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลงานการกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.52 จนถึง 8 มี.ค 52 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหากระทำผิดกฎหมาย ดังนี้ คดี พ.ร.บ. ยาเสพติด จำนวน 114 ราย ของกลางยาบ้า 33,375 เม็ด แยกเป็น คดีจำหน่าย 38 ราย ครอบครอง 55 ราย เสพ 21 ราย คดีตรวจยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ. มาตรการ 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน คดี พ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิด 16 ราย 16 คน แยกเป็นอาวุธปืน 13 ราย วัตถุระเบิด 3 ราย คดี พ.ร.บ.การพนัน 170 ราย 244 คน คดี พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 112 ราย คดี พ.ร.บ.ภาพยนต์ 1 ราย คดี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2 ราย คดีเปิดสถานบริการไม่มีใบอนุญาต 12 ราย คดีตรวจยึดตู้เกมส์ 4 ราย 13 ตู้ จับกุมคดีลักทรัพย์ 10 ราย โจรกรรมรถ 5 คดี จับกุมคดีค้างเก่า 8 ราย รวมผลการจับกุมทั้งหมด 442 คดี
พล.ต.ต. สมหมาย กล่าวว่า จาก นโยบายในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 โดยการสั่งการของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช. ภาค 5 และ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการกวาดล้างอาชญากรรมทุกชนิดในพื้นที่ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตามยุทธวิถีปราบปรามตามกฎหมายใหม่ เน้นย้ำเชิงรุก ซึ่งของกลางที่ตรวจจับมาได้นั้นมีทั้งอาวุธปืน ไม้สัก ระเบิด และยาเสพติด รถจักรยานยนต์ที่ไม่เสียภาษี ของกลางเหล่านี้ที่นำมาโชว์เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆมีของกลางมากกว่านี้ ต่อไปจะนำมาโชว์และจับกุมให้ได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะยาเสพติด ยาบ้า ต้องจับได้เป็น1,000,000 เม็ดขึ้นไป
นอกจากนั้นในการตรวจขันสถาน บันเทิงที่กระทำผิดกฎหมายทางตำรวจภูธรจังหวัด เชียงใหม่ จะดำเนินการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง จะมีการตรวจปัสสาวะ ซุ่มตรวจตามแหล่งบันเทิงผับเธคต่างๆโดยมีการตรวจพบผู้มีปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 6 ราย ได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดตั้งชุดปฏิบัติการสตรีและเด็กขึ้นมา 2 ชุด โดยใช้ตำรวจหญิงของภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขบวนการในการเข้าไปสู่เยาวชน นักศึกษา นักเรียน และเด็กตามหอพักด้วยเช่นกัน ในส่วนคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองนั้นมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายไม่พอ เพราะมาจากเรื่องเศรษฐกิจที่ จะก่อเหตุชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ตามปั้มน้ำมัน ร้านสะดวกชื้อเซเว่นอีเลเว่น จะได้มีการกวดขันจับกุมแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วย
ผบก.ภูธรจังหวัด เชียงใหม่ ชี้แจงอีกว่า ในขณะนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นนโยบายทำให้เมืองเชียงใหม่ สงบสุข เป็นเมืองน่าอยู่ คู่กับวัฒนธรรมอันดีงาม โดยได้แบ่งงานให้ รอง ผบก.ภูธรเชียงใหม่ ดำเนินการกวดขันจับกุมแก๊งรถซิ่งกวนเมือง รถอินวอยซ์ รถ บิ๊กไบท์ ที่ส่งเสียงดังเอาเปรียบประชาชน โดยไม่มีการชำระภาษี จะต้องดำเนินการกวดขันจับกุม โดยเฉพาะการก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ รถยนต์ จะมีการจับกุม ที่ผ่านมานับตั้งแต่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 มารับตำแหน่งได้ประมาณ 7 วัน ได้มีการจับกุมคดีอาชญากรรมไปแล้ว 442 คดี โดยเฉพาะสถานประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายทางตำรวจภูธรเชียงใหม่ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการไว้หน้า.
ภาพและข่าวโดย ไทยนิวส์
http://www.thainews70.com/news/news-head/view.php?topic=322
อ้างอิงจาก http://www.cm108.com/bbb/index.php?/topic/13363-aaeiaiaiaoaaeae-aadhao-uauacaoe-naeian/
the shock
ประวัติ
พ.ศ. 2535 รายการออกอากาศครั้งแรก ซึ่งอยู่ในบริษัท Media Plus ในรายการ
"Smile Radio" โดยใช้ชื่อช่วงว่า "Smile Shock"
พ.ศ. 2538 ได้ย้ายมาจัดในบริษัท Media of Media จำกัด (มหาชน) โดยได้เปลี่ยนชื่อคลื่นเป็น "Boom Radio" ใช้ชื่อช่วงว่า "90' Shock" (ไนท์ตี้ช็อค) ในช่วงนี้เอง ทางรายการได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงได้มีรายการ TV รายการแรกชื่อว่า "ไนท์ช็อค" ทาง ททบ. 5 และได้มีผลงานทางภาพยนตร์เรื่อง "ไนน์ตี้ช็อค เตลิดเปิดโลง" อีกด้วย.
พ.ศ. 2540 รายการได้ย้ายมาจัดทางคลื่น Pirate Radio และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น
"The Shock" และปลายปี พ.ศ. 2540 ได้ย้ายมาจัดทางคลื่น Amazing Wave ใช้ชื่อรายการว่า "The Shock" เช่นเดิม
พ.ศ. 2541 ได้ย้ายคลื่นอีกครั้งมาจัดที่ X Radio และยังคงใช้ชื่อรายการว่า "The Shock" เหมือนเดิม และไม่นานหลังจากนั้น ทางรายการก็ได้ซื้อเวลาเพื่อจัดรายการเองอย่างเป็นทางการ และใช้ชื่อว่า "Shock FM" และในช่วงนี้เอง ทางทีมงานก็ได้มีส่วนร่วมเข้าไปเป็นฝ่ายข้อมูลให้กับรายการโทรทัศน์
"มิติลี้ลับ" ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และได้จัดตั้งบริษัทบุคคล "คนดีผีคุ้ม จำกัด"
พ.ศ. 2545 ทางรายการได้ย้ายสถานีมาจัดที่ ขส.ทบ. FM. 102 MHz. และในปีนี้ ทางรายการก็ได้ใช้ชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท "The Shock 13 จำกัด"
พ.ศ. 2547 ได้ผลิตงานในรูปแบบ VCD "The Reality Shock 13 คนในบ้านผีสิง" และ "The Reality Shock 2 สยองต่างแดน"
ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก.
พ.ศ. 2549 ได้จัดทำภาพยนตร์เรื่อง "The Letter of Dead" (เขียนเป็น ส่งตาย) และในปีนี้เอง ทางรายการได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินรายการวิทยุตามคลื่นต่างๆ ที่นอกเหนือจากรายการ The Shock ที่เป็นแนวสยองขวัญ โดยมีทีมงาน The Shock เป็นผู้ผลิตรายการ อาทิเช่น
- Active Radio FM. 99 MHz. ในช่วง "Sport Relax"
- Big FM (www.bigfm.fm) ในช่วง "แก๊งค์กัดมัน"
- ครอบครัวข่าว 3 FM. 106 MHz.ทุกวันอาทิตย์ รายการถามมาจัดไป ในช่วง 20.30-22.30 น.
- Yes Radio ในช่วง "กรี๊ดกร๊าด...ตามแผ่น"
- รายการโทรทัศน์ ทาง Cable TV ชื่อรายการว่า "Live Shock" (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ช่อง มิติ 4)
พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ได้จัดทำหนังสือต่างๆ มากมาย เช่น "ล้อมวงคุยเรื่องผี กับ DJ. ป๋อง" เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2552 ทางทีมงานยังได้รับความไว้วางใจให้ร่วมทำงานกับบริษัทในเครือ Sony Music ในการจัดทำ VCD ท้าทายความสยองขวัญ อีกครั้งในชื่อว่า "666 Realigy Shock" และยังมี
"MP3 เรื่องเล่าสยองขวัญ" อีกมากมายอย่างต่อเนื่อง.
พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน ทางรายการได้ย้ายสถานีในการจัดรายการอีกครั้ง โดยย้ายมาจัดที่ FM 101 R.R.ONE เรดิโอ รีพอร์ต วัน โดยใช้ชื่อรายการเหมือนเดิมคือ "The Shock FM" ซึ่งจัดทุกวันจันทร์ - อาทิตย์ ช่วงเวลา 00.30 - 03.30 น.
ผังรายการในปัจจุบัน
- เรื่องเล่า ประสบการณ์สยองขวัญ (จันทร์-ศุกร์ เวลา 0.30 น.- 3.30 น.)
- เดอะช็อคสโมสร (เสาร์ เวลา 0.30น.-3.30น.)
- จิ๊กโก๋ยามดึก (อาทิตย์ เวลา 0.30 น.- 3.30 น.)
- เดอะช็อคเดินสาย (1 ครั้ง ต่อ เดือน)
- ป๋อง - กพล ทองพลับ
- โก้พริ้ว ณ.ราชบุรี
- แจ๊ค สายสิญจน์ - วัชรพล ฝึกใจดี
- ขวัญ น้ำมันพราย - ไพโรจน์ ดำมินเศก
- เก่ง ยิ่งยศ (เก่งประตูผี ,เก่งแว่นแดง,เก่งสุวรรณภูมิ)
- แว่น ดร. มะเด๊า
- นัท เดอะช็อค
- ยุ่ง เดอะช็อค
- บี่บี๋ (บี้ เดอะช็อค,บี่บี๋ ทรพีแมน)
- ตี่ตี๋ (ตี้ เดอะช็อค)
- หนุ่ม เดลินิวส์
- สนสิทธิ (สิทธิ เดอะช็อค)
- ติ๊ก ตองเหลือง
- ตั้น ฮวงซุ้ย
- อู๊ด ทอมบอย
- บอย คองโก
- ฝันดี-ฝันเด่น
- โจ บอยสเก๊าท์
- แฮงค์ โอเวอร์
- เอิ้น เอเลี่ยน
- วี เวตาล
- นุ หนูผี
- มน มัมมี่
- เดียพลิ้ว คิวทาโร่
- ก้อง มะลึกกี๊กกื๋อ
- ร้านอาหาร เดอะช็อค ข้าวต้มผี ถนนประดิษฐมนูธรรม เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา
ผลงานสื่อบันเทิง
- THE SHOCK เรื่องเล่าเขย่าขวัญ ชุดที่ 1-19
- The Reality Shock 13 คน...ในบ้านผีสิง
- The Reality Shock สยองต่างแดน
- เดอะช็อค! เรื่องเล่า...ผี กับ ดี.เจ.ป๋อง...
- ดีเจ ป๋อง อาถรรพ์ ๖๖๖ เดอะเรียลลิตี้ REALITY SHOCK
- THE SHOCK เดินสายคนกล้า ท้าวิญญาณ ชุดที่ 1-4
- รวมเรื่องเล่าเขย่าขวัญ THE SHOCK Beginnings
- ล้อมวง คุยเรื่อง ผี กับดีเจ ป๋อง ชุด 1-4
- TALK OF THE SHOCK vol.1-4
ผลงานภาพยนตร์
- ไนน์ตี้ช็อค เตลิดเปิดโลง (1997)
- เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย (2006)
Facebook - the shock 13
อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84
ประวัติส่วนตัว ^ ^
ประวัติส่วนตัว ^ ^
ชื่อ-สกุล
นายดนัยภัทร ไชยสุริวิรัตน์
Name-Surname Danaipat Chaisuriwirat
วัน/เดือน/ปี วันพฤหัสบดีที่ 7
พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539
กรุ๊ปเลือด (
) เชื้อชาติ
ไทย สัญชาติ ไทย
ศาสนา พุทธ
ที่อยู่ปัจจุบัน 345/10 ตำบลรอบเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 36000
เบอร์โทรศัพท์ มือถือ 088-367-1120
ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้ยมัธยมศึกษาปีที่ 4
สายการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
โรงเรียนสตรีชัยภูมิ ตำบลในเมือง
อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
มีพี่น้องร่วมบิดามารดา จำนวน 3 คน ข้าพเจ้าเป็นบุตรคนที่ 2
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)